ทำความรู้จักแชมป์แรลลี่รายการ Rally Dakar 2017 ปีเตอร์อองเซลแบบเจาะลึก

Rally Dakar 2017

สำหรับการแข่งขันรถยนต์วิบากที่ทรหด โหดและหินที่สุดในโลกคงไม่มีรายการไหนเกินไปกว่าการแข่งขันรายการ Rally Dakar อีกแล้ว การที่จะเข้าแข่งขันในรายการนี้ได้นั้นไม่ใช่แค่ความพร้อมในด้านของทักษะ ความสามารถ และคุณสมบัติของรถเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องของจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันในการที่จะทำให้ตนเองและทีมประสบความสำเร็จได้ สำหรับนักแข่งที่หลายคนทั่วโลกน่าจะรู้จักกันดีว่าเขาคนนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นตำนานของ Rally Dakar คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล

รู้จักกับ สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล สุดยอดนักแข่งเจ้าของแชมป์ Rally Dakar 2017

สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1965 ในเมือง Échenoz-la-Méline, Haute-Saône เป็นนักแข่งแรลลี่ชาวฝรั่งเศส แน่นอนว่าชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักกันดีในวงการนักแข่งรถ Rally Dakar เมื่อเขาสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ไปได้ทั้งหมดถึง 13 สมัย ในช่วงวัยรุ่นนั้นเขาให้ความสนใจในการเล่นสเกตบอร์ดเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกได้ว่าตัวเองนั้นชื่นชอบกีฬาความเร็วอย่างการแข่งรถมากกว่านั่นทำให้เขาเริ่มที่จะหันมาสนใจในการขับขี่เพื่อลงแข่งขันอย่างเต็มตัวแต่ก่อนที่จะมาขับรถยนต์นั้นเขาเริ่มต้นมาจากวงการมอเตอร์สปอร์ตและได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของวงการนี้ทันที ปีเตอร์อองเซล เริ่มลงแข่งขัน Rally Dakar เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1988 ที่ในสมัยนั้นยังใช้ชื่อว่า Paris Dakar ด้วยรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ในวัย 33 ปี ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ครั้งแรกในชีวิตเมื่อปี 1991 และคว้าแชมป์ประเภทจักรยานยนต์ไปทั้งหมด 6 สมัย ภายในระยะเวลาแค่ 8 ปี โดย 2 ครั้งทีเขาไม่ได้แชมป์มาจากไม่ได้ลงแข่ง 1 ครั้งกับถอนตัวไป 1 ครั้ง

เมื่อประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการมอเตอร์สปอร์ตเขาก็หันมาลงแข่งในประเภทที่ใหญ่กว่านั่นคือประเภทรถยนต์โดยลงแข่งเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1999 และได้อันดับที่ 7 ในปีถัดมาได้อันดับที่ 2 จนกระทั่งในปี 2004 เขาก็สามารถคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกได้สำเร็จและทำให้เขากลายเป็นนักแข่งคนที่ 2 ต่อจาก อูแบร์ โอริโอล ที่สามารถคว้าแชมป์ทั้ง 2 ประเภทได้ในรายการนี้ ค่ายมิตซูบิชิเขายังคงคว้าแชมป์ไดอีก 2 ครั้งในปี 2005 กับ 2007 ก่อนที่มิตซูบิชิจะถอนตัวไปในปี 2009 สามปีต่อมาเขาคว้าแชมป์อีกครั้งกับค่ายมินิ โดยคว้าแชมป์ 2 สมัยกับรองแชมป์อีก 1 สมัยในเวลา 3 ปี จากนั้นย้ายมาร่วมงานกับเปอโยต์ และคว้าแชมป์ได้อีกในปี 2016 กับ 2017 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก